Profilo di KOYS@dDiN...FotoBlogElenchi Strumenti Guida
Foto 1 di 29

S@dDiN...

~ไม่มีมาตราวัดใด....วัดระยะห่างของความรู้สึกได้~
08 febbraio

ความห่างไกล-วัดความผูกพัน

มีคนบอกว่า ... ฟ้าดินลงโทษเขาให้ห่างไกลกับคนรัก

ฉันกลับคิดว่า ... ฟ้าดินกำลังสงสัยคู่นี้ว่า

... เขารักกันจริงหรือป่าวต่างหาก ...

เลยทดสอบโดยแยกคนนึงไปทาง ... อีกคนไปทาง

คงมีใครบางคนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ

ถ้าเราคิดว่ามันเป็นการทดสอบว่าเราเลือกถูกคนรึป่าว

ความห่างไกล ... จะเป็นตัววัดปริมาณความผูกพันที่เรามีต่อกัน

ถ้าเรายังรู้สึกเหมือนเดิม...แถมยังเพิ่มความห่วงใย ... ความคิดถึง ...

นั่นคือเรามีความรักที่แท้จริงให้เค้า ... เราสอบผ่าน ...

แต่ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงไป ... แรก ๆ ก็ติดต่อกันถี่หน่อย ... หลัง ๆ เริ่มห่างหาย

เค้าสอบตก ... ก็ในเมื่อปริมาณความผูกพันของเค้ามันมีไม่เพียงพอ

เราน่าจะภูมิใจในตัวเอง ... ที่เราได้เลื่อนชั้นขึ้นไป ... แม้มีใครจะสอบตก

ถ้าเค้าอยากจะขึ้นมาอยู่ข้างเรา... เค้าต้องเร่งให้สอบผ่านบททดสอบนี้ ...

แล้วก้าวขึ้นมาอยู่ข้างเราเอง ...

ถ้าเค้าไม่ผ่าน ... ก็ถือว่าเป็นบุญ ...

ที่ฟ้าดินได้คัดคนโง่ ... ออกไปจากเราแล้ว ...


25 ottobre

เรามองโลกในแง่ดีแล้วหรือยัง

วันนี้เข้ามาอัพBlog แต่ไม่มีอะไรจะเขียนนะ ได้ไปอ่านบทความมาอันนึง รู้สึกดี และมันก้อเกิดขึ้นได้กะคนหลายๆคน ลองอ่านกันดูนะ

เรามองโลกในแง่ดีแล้วหรือยัง?

 

ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดีจำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมงในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อ หนังสือ 1 เล่ม และคุ๊กกี้ 1 ห่อและเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและกินไป พลาง ๆ เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่ม ซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆเขา สักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออก จากถุงซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง แล้วกินมันอย่างละชิ้น เธอมองด้วยความโกรธ แต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามอง นาฬิกา ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า "ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้ แหลกไปเลย"

ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น ทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า "เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ ช่างไร้การศึก ษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ"

เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่าง สบายแล้ว เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ เธอตกใจมาก ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่

ก็แปลว่า.....คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง

มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเองซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น หลายๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี แล้วคอยสังสัยตัวเองว่า "เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง? เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่"

21 ottobre

รู้วิธีรักอย่างผู้หญิงฉลาด

ไม่ได้มาอัพ blog ซะนานเลย ช่วงนี้ต้องวุ่นทำโปรเจ็ค วันนี้ก้เลยหาเรื่องมาลง ให้อ่านกันเล่นๆ สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ แต่ผู้ขายก้ออ่านได้คะ
 
ผู้หญิงฉลาดรักย่อมรู้จักผู้ชายในหลายแง่มุม แต่ที่ควรรู้จักคือจิตใจของเธอเอง รู้จักศักยภาพและคุณค่าในตัวชัดเจน รู้ว่าควรทุ่มเทใจของตัวเองแค่ไหน และสมควรได้รักตอบเพียงใด รวมเคล็ดลับต่างๆ ที่ผู้หญิงควรรู้บ้าง ดังนี้

1. รู้ว่า… ต้องใช้ชีวิตคุ้มค่า
เมื่อมีคนรัก จงปรับเปลี่ยนเฉพาะในส่วนที่ทำให้ชีวิตคู่ราบรื่น หากคุณเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่างกลายเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งเขาไม่คุ้นเคย เขาก็จะค่อย ๆ หมดความสนใจในตัวคุณ ถ้าคุณมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง แล้วใครจะมองเห็นคุณค่าของคุณ

2. รู้ว่า… เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องง่าย
ไม่ว่าคุณจะหลงเสน่ห์เขาแค่ไหน ไม่ว่าความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปอย่างไรอย่าลืมว่าคนแปลกหน้าก็ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี ถึงประวัติส่วนตัวเขาจะดี แต่ที่แน่ ๆ คุณไม่มีโอกาสรู้ว่าเขามีโรคติดต่อทางเพศหรือเปล่า ไม่จำเป็นที่คุณต้องมีอะไรกับเขาถ้าคุณยังไม่พร้อมในทุกด้าน เรารู้จักรักผู้ชายได้โดยไม่ต้องมีเซ็กส์ด้วย

3. รู้ว่า..ผู้ชายแสนดีไม่จำเป็นต้องหล่อ
ถ้าเขาคนนั้นทำให้คุณมีความสุข อบอุ่น หัวเราะได้มีความชอบอะไรเหมือนกันหลายอย่าง แถมเขายังฉลาด แต่ไม่หล่อเลย คุณสาว ๆ ลองไปเดินสังเกตุตามซูเปอร์มาเก็ตดูคะ ผู้ชายที่มาซื้อของกับครอบครัวหรือเล่นอยู่กับลูก ๆ ตามชายหาด แฟมิลี่แมนเหล่านี้หน้าตาอาจจะไม่เหมือนนายแบบในนิตยสารเลยแต่เขานี่แหละที่เหมาะจะเป็นพ่อของลูกคุณ

4. รู้ว่า….ความเป็นเพื่อนยาวนานกว่าความรัก
หากคุณและเขามีปัญหาทะเลาะกันบ่อย ๆ ในยามเป็นคนรักกัน ลองคุยกันแล้วเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เป็นรักแบบเพื่อน เสียก่อน เรียนรู้ที่จะคบและศึกษานิสัยใจคอกันไปนาน ๆ แล้วค่อยพัฒนาความสัมพันธ์นั้นไปสู่การเป็นคนรักกัน คู่รักคือมิตรภาพที่ยาวนาน

5. รู้ว่า…ความรักมีปริมาณ 50-50
สิ่งที่คู่รักต้องการ คือ ความรักที่พบกันครึ่งทางมีการให้และรักอย่างสมดุล ต่างฝ่ายต่างเอาใจใส่ห่วงใยกันช่วยเหลือกัน มอบความรักให้อีกฝ่ายเท่าเทียมกัน ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป

6. รู้ว่า…ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัว
ในเรื่องความเป็นส่วนตัว ไม่มีใครบอกได้ชัดเจนว่า แค่ไหนและอย่างไร ควรเปิดเผยเรื่องส่วนตัวต่อกันได้มากน้อยแค่ไหน แต่ละคนมาจากพื้นฐานไม่เหมือนกัน ในพื้นที่ส่วนตัวนั้น ควรตกลงกันก่อนที่จะสร้างความสัมพันธ์กับใคร ควรพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องนี้อยู่เสมอ ในความเป็นจริง ของของเขาคือของเขา ไม่ใช่ของคุณ และ ของของคุณคือของคุณ ไม่ใช่ของเขา

7. รู้ว่า… เราไม่มีวันเปลี่ยนแปลงผู้ชายได้
เหตุผลก็คือ เราไม่สามารถและไม่สมควรที่จะพยายามเปลี่ยนสิ่งที่เขาชอบหรือไม่ชอบ ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้นอกจากตัวของเขาเอง เก็บพลังใจกายและเวลาอันมีค่าที่จะสูญเสียไปไว้ให้กับคนที่ต้องการความสัมพันธ์ดีๆ กับเราดีกว่า หรือทำอะไรก็ได้ร้อยแปดประการที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น
หากเขาแสดงการไม่ให้เกียรติคุณเขาก็ไม่สมควรที่จะได้รับความรักห่วงใยจากคุณอีก ถ้าปล่อยให้เขาทำตัวแย่กับเราเขาก็จะแย่ลงเรื่อย ๆ

8. รู้ว่า….ความใกล้ชิดร้องขอกันไม่ได้
อยู่ที่ความต้องการและความรับผิดชอบ และความรู้สึกที่สองฝ่ายมีให้กัน หากคุณต้องการความไว้ใจคุณต้องให้เขาก่อน และหากคุณต้องการความใกล้ชิดคุณต้องลองเป็นฝ่ายมีเวลาให้เขาก่อน

9. รู้ว่า….งานบ้านไม่ใช่เฉพาะของผู้หญิงฝ่ายเดียว
ความสัมพันธ์จะยืดยาวต้องอาศัยคนสองคนมีบทบาทร่วมกัน ปัจจุบันผู้หญิงไม่ได้ถูกจำกัดให้ทำงานอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น ต้องรู้วิธีแบ่งงานในบ้านให้ร่วมกันทำได้ทั้งสองฝ่ายโดยที่ไม่เสียความรู้สึก และ ผู้ชายที่ทำงานบ้านเป็น เป็นผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุด

10. รู้ว่า…เป็นคนรักต่างกับคนรับใช้
จริงแล้วผู้ชายที่มีความรับผิดชอบดี เขาจะไม่ชอบผู้หญิงที่อ่อนแอและเป็นเบี้ยล่างให้เขาตลอดเวลา หรือเกรงใจผู้อื่นจนปฏิเสธใครไม่เป็น เราต้องรู้จักปฏิเสธและโต้กลับบ้าง การปฏิเสธข้อเรียกร้องของคนอื่นบ้างไม่ใช่เรื่องหยาบคาย

11. รู้ว่า…การแต่งงานไม่ใช่กระดาษแผ่นเดียว
ใบทะเบียนสมรสไม่ใช่สิ่งที่จะรับรองว่าชีวิตคู่ของคุณจะอยู่กันตลอดรอดฝั่งแต่การแต่งงานนั้น เป็น”งาน”จริง ๆ งานที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ ต้องทำความตกลงกันในหลายเรื่อง อาศัยการประนีประนอม และหมายถึงการใช้ชีวิตซ้ำ ๆ ในแต่ละวันกับมนุษย์คนเดิม ซึ่งเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องได้ดั่งใจคุณทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องรู้สึกหรือมีความคิดเห็นเหมือนคุณทุกเรื่อง และชีวิตคู่ไม่ต้องโรแมนติกตลอดเวลาก็สามารถมีความหมายลึกซึ้งและเป็นรักที่แท้และฉลาดได้

12. รู้ว่า….ไม่ควรประจานข้อบกพร่องของตัวเองให้เขาฟัง
ทุกคนย่อมมีข้อเสียหรือนิสัยแย่ๆ กันทั้งนั้น แต่ๆๆๆ ก็ไม่ต้องไม่แฉทั้งหมดว่า เรามีข้อเสียอะไรบ้าง เดี๋ยวพาลจะโบกมือบ๊าย บายกันไปซะก่อนจะได้คบกัน..และแน่นอนหนุ่มๆ ของคุณก็มีข้อเสียเช่นกัน ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณทั้งคู่จะปรับตัว ปรับใจ ยอมรับนิสัยแย่ๆ ได้มั้ย ถ้าไม่ก็คงต้องเซย์กู้ดบายกันหละคราวนี้

13. รู้ว่า… ต้องไม่เป็นหนังสือที่อ่านง่ายสำหรับเขา
คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า " อะไรที่ได้มาอย่าง ง่ายๆ มันก็ไปง่ายๆ ได้เช่นกัน หรือดูไม่มีคุณค่าให้รักษานั่นเอง

14. รู้ว่า… ผู้ชายไม่ใช่ซูเปอร์แมน เขาเองก็อ่อนแอและท้อแท้เป็น
ใครว่าผู้ชายร้องไห้ไม่เป็น..อันนี้เราต้องเขาใจนะคะ แม้เขาจะมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าผู้หญิงเรา แต่ก็ก็มีสิทธิ์ใจปลาซิวได้เช่นกัน ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าทุกๆ เรื่อง ผู้ชายของคุณจะเก่งไปซะทุกเรื่อง..เผลอๆ บางเรื่องผู้หญิงเราทำได้ดีกว่าเขาซะอีก

15. รู้ว่า… อย่าเรียกร้องความเท่าเทียมจากผู้ชาย ถ้าเรายังดูแลตัวเองไม่ได้
หากคุณยังไม่มีความเข้มแข็งพอ หรือดูแลตัวเองยังไม่ได้ แล้วอย่างนี้เราจะมีสิทธิ์อะไรไปต่อกรกับผู้ชายแมนๆ เขาได้ ดีไม่ดีจะโดนดูถูกเอาด้วยนะ
23 settembre

เพลง...แสงเทียน

จะมีกี่คนกันฤาเล่า                    แม้นล้มจักลุกสู่จุดหมาย

ก้าวเดินฟันฝ่านั้นคือแรงกาย      แล้วไซร้แรงใจใครดูแล

อย่าหวังเพียงอิงคนข้าง              อย่าอ้างเพียงลมไม่โบกไหว

อย่าคิดเพียงเรานั่นไม่มีใคร        อย่าไปยึดติดเพียงรอบตัว

อาทิตย์ยามเช้าคือส่องแสง        จันทรายามเย็นคือสุกใส

เวลาผันเปลียนคือดับไป            มิอาจต้านทานแรงทัดทาน

เทียนหนึ่งเทียนน้อยเจ้าจุดไว้     เป็นไปเจ้าสรรค์สร้างความหวัง

ท่ามกลางมืดมิดคือพลัง             หาไม่ดับไปตามกาเล

จงเป็นผู้จุดแสงสว่าง                  จงสร้างแสงเทียนสว่างไสว

ดูแลเทียนนี้ที่ในใจ                    เก็บเป็นแรงใจตลอดกาล
 
ดูแลเทียนนี้ที่ในใจ                    เก็บเป็นแรงใจตลอดกาล....
 
 

แสงเทียน : แต่งเนื่อร้องโดย พิราบขาว (สมาชิกค่ายคนหนึ่ง) และแต่งทำนองโดย บก.น้ำโขง (ปากมอม) เนื้อหาพูดถึงแสงเทียนท่านกลางความมืด เปรียบดั่งคนทำเพื่อสังคม ที่ดูเหมือนโดดเดี่ยว แต่หากไร้คนเหล่านี้ ก็คงไร้แสงสว่าง ส่องทาง แม้จะเป็นแค่ "แสงเทียน"

 

เพลงมีความหมายนะ ชอบๆๆ ขอบใจน้องคนนึงมาก ไม่รู้จักชื่อ...

22 settembre

ฉันจึงมาหาความหมาย (ที่แท้จริง)

 

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง

ฉันจึงมาหาความหมาย

ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย

สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

หลายคนคงเคยได้อ่านบทกวีที่มีชื่อเสียงของ “วิทยากร เชียงกูล” บทนี้กันมาแล้ว หากตั้งคำถามขึ้นมาว่า การที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย 4 ปี เราได้กระดาษเพียงแผ่นเดียวรึเปล่า คำตอบที่ได้จากผู้ที่เคยเข้ามาหาความหมายคงจะแตกต่างกันไปตามมุมมองของแต่ละคนซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งผิดที่คนเราจะคิดต่างกัน แต่สำหรับผู้ที่กำลังก้าวเข้ามาค้นหาความหมาย ณ ที่แห่งนี้ คงจะต้องเริ่มค้นคำตอบแล้วว่า สิ่งที่ได้จากมหาวิทยาลัยจะเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นเดียวหรือไม่ คำตอบที่ได้จะต้องใช้ระยะเวลาค้นหาถึง 4 ปี แต่ก่อนที่จะเริ่มค้นหาคำตอบนี้ พี่อยากให้น้องๆได้เข้าใจความหมายของมหาวิทยาลัยในความคิดของพี่ก่อน เพื่อเป็นแนวทางให้น้องๆได้ค้นหาความหมายที่แท้จริง

มหาวิทยาลัยในความคิดของพี่มันก็คล้ายๆกับโรงเรียนที่น้องๆเพิ่งจบมานี่แหละ
แต่มันก็มีข้อแตกต่างกันอยู่หลายอย่าง แต่ความแตกต่างที่ชัดเจน คือความอิสระที่มีมากขึ้นกว่าเดิม แต่ความอิสระนี้ก็ไม่ได้ดีเสมอไปสำหรับคนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ว่ามาที่นี่เพื่ออะไร แต่มันก็เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลสำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการมาค้นหา คำว่า “ประสบการณ์” ต่างคนก็ต่างความคิดไป แต่พี่ไม่อยากให้น้องๆยึดติดอยู่กับสิ่งใดๆอยู่อย่างเดียว พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่าทางสายกลางเป็นหนทางที่ประเสริฐที่สุด ซึ่งพี่ก็เห็นด้วย แต่ว่าทางสายกลางนี่มันก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่กลางตรงตามกรอบที่ใครเขาตั้งไว้ ทางสายกลางนี้อาจจะชิดไปทางสายนิด เบนไปทางขวาหน่อยก็ไม่เป็นไรเพราะแต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน

น้องๆที่เข้ามาเพื่อหวังว่าจะได้รับเกรดดีๆ ได้เกียรตินิยม น้องจึงตัดสินใจที่จะเดินทางสายซ้าย
มุ่งที่จะเรียนๆๆอย่างเดียว เพราะการทำกิจกรรม การออกกำลังกาย การออกไปเที่ยวกับเพื่อน อาจทำให้ความมุ่งหวังไม่เป็นผลสำเร็จ เมื่อ 4 ปีผ่านไปแล้วยังไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้มันก็หมายความว่าน้องไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าโชคดีเป็นไปตามที่น้องคาดหมาย พี่ก็อยากถามน้องว่าน้องตอบพี่ได้ไหม ว่าทางไปที่อื่นที่ไม่ใช่ห้องสมุดอยู่ทางไหน รอบๆมหาวิทยาลัยมีอะไรบ้าง ตอนนี้บ้านเมืองเราเป็นอย่างไร ในโทรศัพท์มีเบอร์เพื่อนอยู่กี่คน มีรุ่นน้องรุ่นพี่รู้จักเรามากเท่าไหร่ น้องลองกลับไปคิดดูว่าน้องจะได้อะไรบ้างนอกจากเกรดอันสวยหรู มหาวิทยาลัยมีเนื้อที่กี่สิบกี่ร้อยไร่ น้องได้เข้าไปเหยียบสักกี่ตารางเมตร ทั้งๆที่ก็จ่ายค่าเทอมเท่ากับคนอื่น แต่ทำไมถึงได้ใช้เนื้อไม่คุ้มเท่าเขา

ส่วนน้องที่เลือกทางสายขวาหวังมาสนุกอย่างเดียว ขอเอาเพื่อนเยอะไว้ก่อน
ทำนู้นทำนี่เพื่อที่จะได้ชื่อว่าเป็นนักกิจกรรม หรือคนที่เที่ยวๆๆๆ เรื่องแฟนคือที่ 1 นี่ ก็ยิ่งหนักใหญ่เพราะเขาจะไม่ได้อะไรกลับไปเลยสักอย่างนอกจากประสบการณ์ความสนุก รุ่นพี่บางคนเคยพูดว่าคนที่ทำกิจกรรมมักจะได้งานง่ายกว่าคนที่เรียนเก่ง เรื่องนี้พี่ก็ไม่ได้เถียง แต่พี่มีความเห็นว่ามันก็อาจจะไม่จริงเสมอไป น้องๆลองคิดดูแล้วกัน บริษัทที่จะรับคนเข้าทำงานอย่างแรกที่เขาจะดูคือเกรดของน้อง
หลังจากนั้นจึงมาดูว่าน้องได้ทำกิจกรรมอะไรที่เอื้อต่อการทำงานได้บ้าง บางบริษัทเขาจะกำหนดเลยว่าเกรดเท่านี้ขึ้นไปจึงจะรับ หรือหากเขาไม่ได้บอกเกณฑ์ให้รู้ แต่จงรู้ไว้เถิดว่าหากมีคนสมัครเยอะ อย่างแรกที่เขาจะทำคือดูเกรดแล้วคัดคนที่เกรดไม่ถึงออกไปก่อน แล้วอย่างนี้เราจะเอาโอกาสที่ไหนไปเสนอเขาว่าเราเคยทำอะไรมาบ้าง...จริงไหม

น้องๆหลายคนเกิดคำถามขึ้นมาแล้วว่า สรุปแล้วจะให้ทำยังกันแน่ ก็อย่างที่พี่บอกไว้ในตอนต้นแล้วว่า
น้องเลือกทางที่สายกลางเป็นดีที่สุด แล้วถามใจน้องดูเองว่าเอนไปทางสายหรือขวาดี เราจึงจะมีความสุขที่สุด เพราะมหาวิทยาลัยนั้นมีอะไรมากมายให้น้องค้นหา สถานที่แห่งนี้ได้คำนวณแล้วว่า ในเวลา 4 ปีเป็นระยะเวลาเหมาะสมที่นิสิตจะได้เรียนรู้ทั้งใน
และนอกตำราอย่างครบถ้วน มหาวิทยาลัยมีอะไรมากมายให้เรียนรู้ ขึ้นอยู่กับว่าน้องเลือกที่จะทำหรือไม่

เธอเยาว์ เธอเขลา เธอทึ่ง

เธอจึงมาหาความหมาย

หากเธอเลือกทำอะไรให้มากมาย

เธอจะได้มากกว่ากระดาษแผ่นเดียว

แล้วน้องๆล่ะค้นหาความหมายของตัวเองได้หรือยังว่ามาที่นี่เพื่ออะไร
 
ที่มา....สาระแนดอทคอม..
19 settembre

ถ้าเธอรู้จักรัก

ได้จากเมล์ที่เพื่อนส่งมาให้ อ่านแล้ว ก้อรู้สึกดีนะ
 

สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา . . . คือชีวิตเรา
สิ่งที่มีค่าที่สุดในใจเรา . . . คือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคน

อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดและสิ่งที่ดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร . . . ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง

อย่าปิดกั้นความรู้สึกของหัวใจ
อย่าบอกว่าเกิดมาเพื่อรักคน ๆ เดียว

คนใจแคบเท่านั้น . . . ที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว
เราสามารถรักใครต่อใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฎิบัติต่อคนที่เรารัก

รักต่างแบบ . . . ปฎิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่ง . . .
คนบางคนไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย . . .
และไม่เห็นต้องเจ็บเจียนตาย . . .
ถ้าเรามั่นใจ . . . ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้น เต็มที่แล้ว

อากาศ . . . ร้อนอบอ้าว ออกมายืนคุยกับแสงแดด

อากาศ . . . หนาวขาดใจ ออกมาหาอุ่นไอลมหนาว

เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาว . . . ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน
ก็เหมือนความรัก . . . อยากรู้ว่ารสชาตเป็นยังไง
ก็ต้องไปสัมผัสกับมัน . . . แต่อย่าทรมานตัวเอง
ด้วยการยืนตามแดดนาน ๆ หรือยืนต้านทานลมหนาว

ถ้ารู้ว่าร้อนนัก . . . ก็หลบที่ร่ม
ถ้ารู้ว่าหนาวนัก . . . ก็ก่อเตาผิง

ความรักจะไม่ทำร้ายเรา . . . ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง

ถ้าเธอรู้จักรัก . . . แสงแดดจะทำให้เธออุ่น
ลมหนาวจะทำให้เธอหลับสบาย

15 settembre

มอ.~ PSU~

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสงขลานครินทร์
สงขลานครินทร์---พระนามในพระบรมราชชนก
สงขลานครินทร์---เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่มีวิทยาเขต
สงขลานครินทร์---ชื่ออยู่ที่สงขลา แต่ตั้งครั้งแรกที่ปัตตานี ดอกไม้ประจำมหาลัยอยู่ที่ตรัง
สงขลานครินทร์---ชื่อย่อไม่ได้ย่อจากชื่อเต็ม (มอ.มาจากมหิดลอดุลยเดช)
สงขลานครินทร์---นักศึกษาทุกคนถือว่าเป็น"ลูกพระบิดา"
สงขลานครินทร์---เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยมหิดลมายาวนาน สังเกตุได้จากโลโก้ของมหิดล กะ ม.อ. คล้ายๆกัน
สงขลานครินทร์---วิทยาเขตปัตตานี วิทยาเขตแห่งศึกษาศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สงขลานครินทร์---วิทยาเขตหาดใหญ่ วิทยาเขตแห่งวิทยาศาตร์ และศิลปศาสตร์
สงขลานครินทร์---วิทยาเขตภูเก็ต วิทยาเขตแห่งอุตสาหกรรมบริการ วิทยาศาสตร์ประยุกต์
สงขลานครินทร์---วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี วิทยาเขตแห่งอุตสาหกรรม และ วิทยาศาสตร์ศิลปศาสตร์
สงขลานครินทร์---วิทยาเขตตรัง วิทยาเขตแห่ง พานิชยศาสตร์ และ เทคโนดลยีสารสนเทศ
สงขลานครินทร์---สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีบลู
สงขลานครินทร์---ความภาคภูมิใจของภาคใต้
สงขลานครินทร์---ตึกฟัก ที่ทุกคนต้องเรียน
สงขลานครินทร์---ตึกสตางค์ ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งและความภาคภูมิใจของชาววิศวะดงยาง
สงขลานครินทร์---อ่างน้ำรูปหัวใจที่น่าผักผ่อนหย่อนใจ
สงขลานครินทร์---มีชื่อผลงานทางวิชาการระดับโลก เช่นภาคชีววิทยา คณะวิด
สงขลานครินทร์---มีนศ.หลากหลายมาก ทั้งพุทธ มุสลิม คริสตร์
สงขลานครินทร์---สถาบันที่เรารักและเทิดทูน

GREET!BOOM!
ศรีตรัง พริ้วส่ง ยืนยง คู่ฟ้า
เราลูก พระบิดา ประกาศหล้า ลือไกล
P S U HEY BOOM
PP PSU UU USP
PSU USP
WHO ARE WE
PRINCE OF SONGKHLA LA~ BOOM!

12 settembre

พี่บัณฑิตถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

...วันนี้พี่บัณฑิตมาถ่ายรูปที่มหาลัย เป็นภาพที่รู้สึกอบอุ่นมาก
 น้องรหัสก้อจะพากันเอาดอกไม้ ของขวัญให้พี่กันใหญ่
คอยเดินตามถือของให้พี่ ถ่ายรูปกัน memory กล้องหมดไปไม่รู้เท่าไหร่
ถ้าไม่เหนื่อยกันเสียก่อนมีหวังถ่ายกันถึงเย็นแน่เลย
 
...วันนี้มีเรื่องน่าอายเกิดขึ้นด้วย ตอนบูมให้พี่อ่ะ น้องๆก้อบอกว่ายืนใกล้พี่ดีกว่า หวังพึ่งเพราะจำบูมกันไม่ได้ หารู้ไม่ว่าพี่ก้อเบลอๆ บูมผิด อายน้องมากเลย เสียหน้าพี่สอนน้องร้องเพลงหมดเลย ทั้งๆที่มันน่าจะฝังอยู่ในใจ แต่ไม่รู้ทำไมถึงลืมได้ เป็นเพราะไม่ตั้งตัวด้วยแหละ (อิอิ อ้าง) แต่พี่ๆเค้าก้อคงไม่ว่าอะไรแหละ (คิดเอง)
 
...เห็นพี่ๆวันนี้แล้วนึกถึงตัวเอง อีกปีเดียวก้อจะได้เป็นเหมือนพี่เค้า ตอนที่ใส่ชุดครุย คงร้อนมากแน่เลย แต่คงทนเพราะทนเรียนมา 4ปีแล้วนี่เรื่องแค่นี้ทำไมจะทนไม่ได้เนอะ พี่ๆเค้ามีงานทำกันดีๆทั้งนั้นเลยอ่ะ พี่รหัสเราเค้าบอกว่าคงไปเรียนเมืองนอก อิจฉาจัง ไม่รู้เราจะได้เป็นเหมือนเค้าไหมนะ แต่อนาคตมันไม่แน่นอน แต่ก้อต้องทำให้ได้ ทำในสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจ ถึงมันเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียว แต่สิ่งที่มันซ่อนอยู่ข้างใน สิ่งๆนี้มันคือสิ่งที่มีค่า ที่จะไปหาจากที่อื่นไม่ได้ แถมยังมีความประทับใจ มิตรภาพ ประสบการณ์และอะไรต่างๆ มากมายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นต้องคว้ามันให้ได้ เพื่อเป็นของฝากจากภูเก็ตที่มีค่าที่สุดนำกลับไปบ้าน
 
...เหอๆแต่ตอนนี้โปรเจ็คยังไม่เสร็จเลย แล้วได้เข้ารอบการประกวดของ NSC ด้วยนะ เพื่งรู้วันนี้นี่เอง อีกใจนึงก้อดีใจแต่ใจนึงก้อคิดว่าจะทำออกมาได้แค่ไหนว้า เค้าอุตส่าห์คัดเลือกให้เข้ารอบ เงินตั้ง 5000 เชียวนะ เพราะฉะนั้นต้องสู้ๆ พรุ่งนี้เรียนแต่เช้าอีกแลว มีสอบจานชายด้วย ยังไม่ได้อ่านเลย เนี่ยแหละนิสัยขี้เกียจ 555...
 

KOY NIPAWAN

Professione
Località